เจ๊าะแจ๊ะ
ทันเหตุการณ์  

สุดสะเทือนใจ! "น้องน้ำ" เด็กหญิงที่ถูกแม่วางยาเบื่อในขวดนมตอนอายุ 1 ขวบ เพื่อให้ตายไปพร้อมกัน แต่เธอกลับรอดมาได้ พร้อมเปิดเผยเรื่องของตัวเอง เพื่อให้กำลังใจคนที่กำลังท้อ-มีปัญหารุมเร้า

13 ก.ย. 2560, 20:30 น.

Line

เพจเฟซบุ๊ก "แหม่มโพธิ์ดำ" ได้เผยแพร่เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าชีวิตจะเจออะไรหนักหนาแค่ไหน แต่เธอก็สู้ไม่ถอย โดยเรื่องราวของเธอมีอยู่ว่า..

 

ชีวิตสู้ไม่ถอยของน้องน้ำ อดีตเด็กน้อยที่ถูกแม่วางยาเบื่อ กับข้อคิดดี ๆ ไม่เลือกงานไม่ยากจน

 

หนูหวังว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหนู จะทำให้ใครที่กำลังท้อแท้ใจ มีแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง ไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวเรื่องแม่ฆ่าลูกตาย หนูเลยอยากเล่าเรื่องของหนูให้ทุกคนอ่าน แม่เคยฆ่าหนูเหมือนกัน แต่แม่ก็ฆ่าตัวตายด้วย

 

ย้อนกลับไปตอนหนูอายุ 1 ขวบกว่า แม่หนูมีปัญหารุมเร้าในชีวิต ไม่มีทางออก อาจจะไม่มีที่พึ่งในตอนนั้น แม่อาจจะคิดว่าไม่เหลือใครแล้วในชีวิต แม่ก็เลยตัดสินใจฆ่าตัวตาย และจะฆ่าหนูด้วย 

 

แม่เอายาเบื่อใส่ขวดนมให้หนูกิน แล้วแม่ก็รีบกินมาม่าที่ใส่ยาเบื่อไว้ โดยที่แม่ไม่ได้มองว่าหนูกินหมดรึป่าว หนูตายรึยัง ซึ่งในตอนนั้นหนูกินนมเข้าไปไม่เยอะ และหนูทิ้งขวดนม (ญาติที่ช่วยหนูเขาเล่าให้ฟัง) 

 

ในตอนนั้นมีญาติเข้ามาเห็นหนูกับแม่จึงได้โทรเรียกรถพยาบาล แต่ช่วยแม่ไว้ไม่ทัน แม่เสียชีวิตบนรถ แต่หนูอ้วกออกมาและถึงมือหมอได้ทัน หมอได้ล้างท้องหนู แต่ยาที่กินเข้าไปไปกัดหลอดลม หมอจึงต้องเจาะคอหนูในตอนนั้น หมอถามย่าว่าจะเอาน้องไว้มั้ย ถ้าไม่เอาหมอจะปล่อย แต่ย่าตอบว่า "ฉันจะเอาหลานฉันไว้ ต้องเสียเงินเท่าไหร่ก็ยอม" 

 

สุดท้ายหนูต้องอยู่ในความดูแลของหมอเป็นระยะเวลาเกือบ 7 ปี ที่โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลใกล้เคียงเวลาหนูกลับมาบ้าน หมอที่ศิริราชดีกับหนูมาก ก่อนจะเข้าผ่าตัดหรือเช็คอะไร หมอจะให้ตุ๊กตาตลอดทุกครั้ง ดูแลหนูดีมาก และเวลาอยู่บ้านย่าและป้า ๆ หนู ช่วยดูแลหนูเป็นอย่างดี จึงทำให้หนูโตมาได้ถึงวันนี้ 

 

ทุกวันนี้หนูก็ไม่เคยคิดที่จะโกรธแม่ หนูเข้าใจแม่ที่แม่ทำแบบนั้น เข้าใจแม่ดี เพราะตอนนี้หนูก็เรียนรู้ชีวิตหลาย ๆ อย่าง เคยท้อเหมือนกัน แต่ยังสู้ หนูเข้าใจแม่ว่าเเม่เครียด แม่เหนื่อย แม่ไม่เหลือใคร หนูเข้าใจว่าแม่ ไม่ใช่ว่าไม่รักหนูที่แม่ทำแบบนั้น แต่เพราะแม่รักหนูมาก จึงไม่อยากให้หนูอยู่โดยไม่มีแม่ เพราะกลัวหนูจะลำบาก 

 

แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่ ที่ย่าและป้า ๆ รักหนู และคอยดูแลรักษาหนูเป็นอย่างดี จนโตมาทุกวันนี้ 

 

หนูเคยเกือบตายเท่าที่ป้าหนูจำได้คือ 3 ครั้ง คือครั้งแรก เพิ่งผ่าตัดมา กลับมารักษาตัวที่บ้านย่า หนูคันจึงเกาสายที่รัดท่อหลุด จึงทำให้หายใจไม่ออก ตอนนั้นหนูนอนกับป้า ป้าบอกหนูสะกิดป้า ป้าตกใจ รีบเอามือเปิดแผล และเอาท่อใส่กลับเข้าไป จึงทำให้หนูรอดได้

 

ครั้งที่ 2 หนูเดินเล่นแล้วเกาสายเหมือนเดิม ทำให้ท่อหลุด หนูหายใจไม่ออกเกือบตาย ดีที่ป้าหนูได้ยินเสียงหายใจหนู เพราะดังผิดปกติ ป้าต้องเอามือเปิดแผลใส่ท่อ พอหายใจออก ก็เอาไปล้างใส่ใหม่ หนูเลยรอดมาอีกครั้ง

 

ครั้งสุดท้าย หนูเกือบตายจริง ๆ วันนั้นคือที่บ้านหนูขายของชำ ซึ่งวันนั้นลูกค้าเยอะมาก หนูยังไม่ได้ดูดเสมหะ ทำให้เสมหะปิดท่อ หนูหายใจไม่ออกตัวเขียวซีด ป้าหนูรีบปั้มหัวใจ แต่หนูก็ยังไม่หายใจ จนคนแถวนั้นบอกจะเอาไปวัดไหน พ่อได้ยิน พ่ออยู่ชั้นบน พ่อจึงรีบลงมาอุ้มหนูไปในบ้าน และดูดเสมหะจากคอหนูด้วยปาก 2 ครั้ง หนูเริ่มดีขึ้นหายใจออก จึงรีบพาไปโรงพยาบาล 

 

เราทั้งบ้านสู้กันทุกคน จนหนูหายดี ทุกวันนี้ปิดคอแล้ว ย่าต้องสู้ทุก ๆ วันเพื่อให้มีเงินค่ารักษาหนู หนูเองก็สู้ไปกับย่าเพื่อให้มีชีวิตรอด ป้าหนูก็ดูแลทุกอย่าง 

 

พอโตมาหนูก็คิดแค่ว่า ตอนเด็ก ๆ เราสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด เราโตมาได้ขนาดนี้ เราก็ต้องสู้ต้องไป ไม่เลือกงานคงไม่ยากจน ทำงานทุกอย่างที่ทำได้ ท้อมั้ย ท้อค่ะ แต่สู้ เหนื่อยมั้ย เหนื่อยมาก แต่สู้ หนูสู้กับทุกปัญหา 

 

หนูอยากให้เรื่องราวของหนู ทำให้คนอื่นสู้ชีวิต ถ้าท้อขอให้คิดคนที่แย่กว่าเรามีอีกเยอะ เราอาจจะไม่ได้ครึ่งหนึ่งของเขาด้วยซ้ำ 

 

เรื่องราวของหนูไม่ได้สนับสนุนการฆ่าตัวตาย หนูไม่ได้ว่าแม่ ไม่ได้โทษแม่ แค่อยากให้เรื่องราวของหนูเป็นกำลังใจให้ทุกคนสู้ต่อไป หากใครกำลังท้ออยู่ ขอให้สู้นะคะ หนูเป็นกำลังใจให้คะ 

 

อย่าคิดว่าทางออกเดียวคือการฆ่าตัวตาย มองโลกให้กว้าง ๆ คนที่แย่กว่าเรามีอีกเยอะคะ คนที่แย่กว่าหนู หนูเชื่อว่ามีอยู่ หนูเลยสู้ทุกวันเพื่อให้ชีวิตหนูดีขึ้น 

ที่มา : แหม่มโพธิ์ดำ