เจ๊าะแจ๊ะ
ทันเหตุการณ์  

เปิดคำให้การ “ชายฝรั่ง” ที่ถูก “หนุ่มร้านทอง” ต่อยจนล้มคว่ำ หลังหัวร้อนคว้าอีโต้ไล่ฟัน อ้างคู่กรณีทำท่าจะเข้ามาทำร้าย จึงหยิบอีโต้มาป้องกันตัว ยันไม่ได้ขับรถพุ่งชน อีกฝ่ายกระโดดเข้ามาขวางเอง

12 ต.ค. 2560, 15:10 น.

Line

เพจ “ข่าวพัทยาอีสเทิร์นนิวส์” รายงานความคืบหน้า กรณีนายสุเมธ รุ่งรัตนพันธุ์ อายุ 28 ปี เจ้าของห้างทอง 99 พัทยาใต้ จ.ชลบุรี ต่อยหน้า นายเจอร์ราร์จ โคลินส์ อายุ 72 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ที่บริเวณโรงเรียนอักษรพัทยา ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะโมโหที่ถูกนายเจอร์ราร์จใช้อีโต้ไล่ฟันจนบาดเจ็บ และยังทำรถเก๋งกระจกแตก

 

ซึ่งกล้องหน้ารถของพลเมืองดีสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะที่นายเจอร์ราร์จเปิดประตูรถเก๋งลงมา แล้วเดินไปหยิบมีดอีโต้ที่อยู่ท้ายรถ ออกไปวิ่งไล่ฟันนายสุเมธ ก่อนทุบทำลายกระจกและรถยนต์ของนายสุเมธจนได้รับความเสียหาย จากนั้นกลับมาที่รถ แล้วขับพุ่งชนนายสุเมธอย่างจัง แต่นายสุเมธกระโดดม้วนตัวแนบไปบนฝากระโปรงรถทัน เลยไม่ได้รับบาดเจ็บ

 

โดยนายสุเมธเปิดเผยว่า ตนขอยอมรับผิดและขออภัยสังคมที่ต่อยนายเจอร์ราร์จ แต่ทำไปเพราะบันดาลโทสะ จนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เพราะตนเป็นผู้ถูกกระทำก่อน จึงอยากวอนให้สังคมเห็นใจ และโปรดให้อภัยกับการกระทำของตนในครั้งนี้ ส่วนเรื่องคดีความตนขอยืนยันว่า จะขอเอาเรื่องให้ถึงที่สุดในข้อหาพยายามฆ่า

 

ด้านนายเจอร์ราร์จ โคลินส์ พร้อมด้วยนางปัทมา โคลินส์ อายุ 41 ปี ภรรยาชาวไทย เดินทางไปที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้ปากคำ

 

โดยนายเจอร์ราร์จเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาตามถนนเทพประสิทธิ์ จนมาถึง 4 แยกซอยกอไผ่ จึงชะลอรถเพื่อรอเลี้ยวเข้าซอย ระหว่างนั้นนายสุเมธ ซึ่งขับรถสวนทางมาก็ชะลอรถเพื่อเลี้ยวเข้าซอยเดียวกัน

 

ตอนแรกตนก็โบกมือทำสัญญาณให้นายสุเมธไปก่อน แต่น่าจะเกิดการเข้าใจผิด ทำให้คิดว่าตนให้ของลับ เลยขับรถตามปาดหน้า และแกล้งเบรกกะทันหันอยู่ตลอดทาง

 

กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุนายสุเมธ ได้จอดรถกลางถนน แล้วเปิดประตูลงมาทำท่าจะเข้ามาทำร้าย ตนจึงรีบไปหยิบมีดอีโต้ที่มีไว้ทำสวนตัดแต่งกิ่งไม้ในบ้าน ออกมาเพื่อป้องกันตัว ไม่ได้มีเจตนาจะเอาไปทำร้ายนายสุเมธแต่อย่างใด

 

ส่วนคลิปวีดีโอจากกล้องหน้ารถพลเมืองดี ที่บอกว่าตนขับรถพุ่งชนนั้น ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะนายสุเมธเป็นคนกระโดดเข้ามาขวางรถเอง

 

ขณะที่บาดแผลที่พบบริเวณศอกซ้ายและขวาของนายสุเมธนั้น เป็นบาดแผลที่เกิดจากถูกเศษกระจกหน้ารถของตนบาด เนื่องจากแรงกระแทกในขณะที่พุ่งตัวมาใส่รถ จนทำให้กระจกแตก ก่อนที่จะตามมาต่อยตนเองจนมีแผลแตกที่ใบหน้าและต้องเย็บถึง 9 เข็ม

 

ทั้งนี้ ร.ต.อ.นครราช นนสีลาด รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี เปิดเผยว่าเบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใคร เพราะต้องรอสอบปากคำพยานแวดล้อม และรวบรวมหลักฐานให้ชัดเจน จึงจะสามารถสรุปได้ว่าใครผิดใครถูก

 

ส่วนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดกันและกัน แต่ถ้านายสุเมธจะเข้าแจ้งความเพื่อเอาผิดกับนายเจอร์ราร์จในข้อหาพยายามฆ่าก็สามารถทำได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าจะเข้าข่ายหรือไม่

ที่มา : ข่าวพัทยาอีสเทิร์นนิวส์